Home
ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวการประกวดถ่ายภาพ
เทคนิคต่างถ่ายภาพต่างๆ
ข่าวกล้อง
สาระน่ารู้
ติดต่อสอบถาม
ยินดีต้อนรับสู่เว็บชมรมถ่ายภาพอาชีวอุบลของเรา
RSS
Like ใช่เลย
บทความยอดนิยม
ประวัติ จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติและนักถ่ายภาพ
ประวัติ จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติและนักถ่ายภาพ จิตต์ จงมั่นคง ถือว่าเป็นศิลปินนักถ่ายภาพผู้บุกเบิกด้านการถ่ายภาพ และได้รับการคัด...
White Balance หรือ สมดุลแสงสีขาว
เคยสงสัยกันไหมครับ? ว่าทำไมรูปภาพที่เราถ่าย โทนสีถึงไม่คล้ายกับสิ่งที่ตาเราเห็น หลายคนก็โทษว่ากล้องไม่ดีบ้าง (เข้าข่ายรำไม่ดีโทษปี่โท...
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธษนี ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปี 2556
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี รับสมัครนักศึกษาใหม่ ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2556 - 15 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 09.00 - 16.00 น. ไม่เว้นวัน...
7 เทคนิคง่ายๆ ของการถ่ายภาพบุคคล ให้สวย!
7 เทคนิคง่ายๆของการถ่ายภาพบุคคล 1.โฟกัสที่ตา หลักการสำคัญข้อแรกของการถายภาพบุคคลคือการโฟกัสที่ดวงตา เนื่องจากดวงตานั้นเป็นส่วนส...
Top 10 เคล็ดลับการถ่ายภาพดิจิตอล
คงจะปฏิเสธกฏต่างๆไม่ได้ว่า มันสามารถช่วยให้เรา ได้องค์ประกอบ มุมมองการถ่ายภาพที่หลากหลาย วันนที่ผมมี เคล็ดไม่ลับ 10 ข้อในการถ่ายภาพดิจิตอลใ...
เทคนิคถ่ายภาพ จุดตั้งเก้าช่อง
แต่ละคนมีมุมมองของความสวยแตกต่างกันออกไป บางคนที่ไม่สนใจดอกไม้ ดูรูปดอกไม้ที่สวยที่สุด เขาก็จะเฉยๆ บางคนชอบดูพระอาทิตย์ตกดิน ถ่ายแย่แค่ไหน...
ประวัติกล้องถ่ายภาพ
ประวัติกล้องถ่ายรูป เวลาผ่านไปเนินนานนะครับเราเองบางครั้งใช้กล้องยุคปัจจุบัน อาจจะยังไม่เคยทราบที่มาประวัติของกล้องสักเท่าไหร่...
12 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกล้องดิจิตอล
กล้องดิจิตอลเป็นระบบที่เบาะบางหากเราใช้งานอย่างไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้กล้องอันเป็นที่รักของเราเสียก่อนวัยอันควร กล้องดิจิตอลแม้จะมีหลักการ...
Nikon D3200 มองหากล้อง DSLR สำหรับมือใหม่ แนะนำตัวนี้เลย
Nikon D3200 มองหากล้อง DSLR สำหรับมือใหม่ แนะนำตัวนี้เลย Nikon D3200 กล้อง DSLR รุ่นเล็ก น้องใหม่จากค่าย Nikon เป็นกล้องที่เหมาะสำห...
ประวัติวันลอยกระทง
ใกล้ถึงเทศกาลวันลอยกระทง 2555 กันแล้ว ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน …เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมตัวควงหวานใจ หรือพาครอบครัวไปลอยกระ...
บทความย้อนหลัง
►
2013
(4)
►
02/10 - 02/17
(1)
►
02/03 - 02/10
(1)
►
01/27 - 02/03
(1)
►
01/13 - 01/20
(1)
▼
2012
(22)
►
11/25 - 12/02
(2)
►
11/18 - 11/25
(1)
►
11/04 - 11/11
(3)
►
10/28 - 11/04
(2)
►
10/21 - 10/28
(2)
▼
09/23 - 09/30
(1)
12 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกล้องดิจิตอล
►
09/16 - 09/23
(11)
Home
» Archives for 2012-09-23
12 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกล้องดิจิตอล
กล้องดิจิตอลเป็นระบบที่เบาะบางหากเราใช้งานอย่างไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้กล้องอันเป็นที่รักของเราเสียก่อนวัยอันควร
กล้องดิจิตอลแม้จะมีหลักการทำงานคล้ายกับกล้องใช้ฟิล์มคือ แสงแผ่นเลนส์ ผ่านรูรับแสง และม่านชัตเตอร์ ไปตกกระทบกับเซ็นเซอร์ภาพ (ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ CCD) ก่อนกดชัตเตอร์กล้องจะปรับโฟกัสและวัดแสง หรือจะปรับตั้งเองก็ได้ เพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ แต่ด้วยความที่เป็นดิจิตอล ทำให้ ปรับแต่ง ฟังก์ชั่น หรือลูกเล่นต่างๆ ได้มากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในกล้องใช้ฟิล์ม จึงต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และ ทำความเข้าใจให้ดี จึงจะใช้กล้องดิจิตอลได้อย่างคุ้มค่าเต็มประสิทธิภาพ และได้ประโยชน์สูงสุด
1. ปิดสวิตซ์ทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน
กล้องดิจิตอล มีระบบการทำงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ทำให้สิ้นเปลืองแบตเตอรี่มาก ควรปิดสวิตซ์ทุกครั้งที่เลิกใช้งาน จะช่วยให้คุณถ่ายภาพได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ หากมีฟังก์ชั่น Auto off ให้ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน 30 หรือ 60 วินาที
2.ใช้แบตเตอรี่ชาร์จดีกว่า
กล้องดิจิตอลหลายรุ่นใช้แบตเตอรี่แบบ AA อัลคาไลน์ โดยแถมมาให้ด้วย 2 หรือ 4 ก้อน แต่คุณอาจตกใจเมื่อใส่แบตเตอรี่ใหม่เข้าไป กดชัตเตอร์ถ่ายไป 20-30 ภาพ โดยเปิดดูภาพ จากจอมอนิเตอร์ และใช้แฟลชถ่ายภาพ แบตเตอรี่ก็หมดเสียแล้ว ขอแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่แบบ นิเกิล-เมทัลไฮไดร์ (NiMH) ซึ่งชาร์จไฟเพิ่มได้ ราคาก้อนละ 100-150 บาท เลือกแบบที่ให้กำลังไฟ 1000-1500 มิลลิแอมป์ จะถ่ายภาพได้นานขึ้น ถ้าหมดก็ชาร์จใหม่ ซื้อเผื่อไว้สัก 2-3 ชุดก็จะดี ส่วนกล้องที่แถมแบตเตอรี่ NiMH หรือ Li-ion มาให้อยู่แล้ว อาจซื้อเพิ่มอีกสักหนึ่งชุดเผื่อฉุกเฉิน
3. ดูภาพในช่องมองออฟติคัล
ในกล้องใช้ฟิล์มแบบ SLR หรือ คอมแพค เราจะมองภาพจากช่องมอง ซึ่งกล้องดิจิตอลก็มีเช่นกัน เรียกว่าช่องมองภาพออฟติคัล ออกแบบให้สัมพันธ์ กับทางยาวโฟกัส ของเลนส์ทุกช่วงซูม และยังดูภาพจากจอมอนิเตอร์แบบ LCD ทางด้านหลังได้ด้วย ทำให้ผู้ใช้นิยมดูภาพจาก
มอนิเตอร์แทน แต่วิธีนี้แบตเตอรี่จะหมดเร็วมาก ควรใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นเช่น การถ่ายภาพมาโครระยะใกล้ๆ ซึ่งจะให้มุมภาพ ที่ถูกต้อง ตามความเป็นจริง ถ้าถ่ายภาพไกลๆ ซัก 5 เมตรขึ้นไป ให้ดูจากช่องมองภาพ แบบออฟติคัลแทน
4.เปลี่ยนไปใช้การ์ดความจุสูง
การ์ดจัดเก็บภาพมีหลายแบบ เช่น CF, Microdrive, SmartMedia, Memory Stick, SD, MMD เป็นต้น ปัจจุบันมีความจุสูง และราคาที่ลดลง เช่น CF ความจุ 128 MB หาซื้อได้ในราคาเพียง 3,000-4,000 บาทเท่านั้น (สองปีก่อนราคา 17,000-20,000 บาท) ปัจจุบันการ์ด CF มีจำหน่ายในขนาด 512 MB แล้ว ต้นปีหน้าจะมีขนาด 1000 MB หรือ 1GB ตามออกมาอีกหลายยี่ห้อ หรือการ์ด Microdrive (ใช้แทนการ์ด CF ได้ในบางยี่ห้อ) ความจุ 340, 500 และ 1000MB ก็น่าสนใจ เพราะเทียบขนาดความจุแล้ว ถูกกว่ามากทีเดียว แต่เป็นการ์ดแบบฮาร์ดดิสก์ ต้องระวังอย่าให้ตกหล่นจะเสียหายได้ง่าย เมื่อการ์ดมีความจุสูง ก็จะช่วยให้ถ่ายภาพได้มากขึ้น ในบางครั้งเมื่อไม่แน่ใจเรื่องสภาพแสง อาจถ่ายภาพคร่อม เผื่อไว้หลายๆ ภาพ แล้วค่อยมาเลือกภาพที่ดีที่สุดภายหลัง
5.อย่าใส่การ์ดขณะเปิดสวิตซ์กล้อง
เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ควรใส่การ์ดขณะที่สวิตซ์กล้องถูกเปิดอยู่ และควรใส่การ์ดด้วยความระมัดระวัง ให้ใส่การ์ดเข้าไปตรงๆ ในด้านที่ระบุไว้ในคู่มือ หากใส่ผิดด้านจะใส่ไม่ได้ อย่าไปฝืนโดยเด็ดขาด หากจะให้ผู้อื่นยืมไปใช้ควรอธิบายให้เข้าใจด้วยทุกครั้ง
6.ใช้แฟลชภายนอก
กล้องบางรุ่นสามารถใช้แฟลชภายนอกได้ โดยเสียบเข้ากับฮอทชู หรือสายซิงค์แฟลช วิธีนี้ทำให้ได้ภาพที่ดีขึ้นและใช้งานได้ไกลกว่าแฟลชขนาดเล็กที่ติดอยู่บน ตัวกล้อง การใช้แฟลช ที่มีกำลังไฟสูงภายนอก ทำให้ใช้รูรับแสงแคบได้ ส่งผลให้ภาพมีระยะชัดลึกมากขึ้น และ ประหยัดแบตเตอรี่ที่ตัวกล้อง เพราะไม่ต้องใช้แฟลชที่มีอยู่ในตัว
7.ล็อคภาพสำคัญเอาไว้
กล้องบางรุ่นมีฟังก์ชั่นล็อคภาพ ป้องกันการลบโดยไม่ตั้งใจ เพราะส่วนใหญ่เน้นให้ลบภาพทิ้งได้ง่ายๆ เพื่อถ่ายภาพใหม่ต่อไป ทำให้เผลอลบภาพสำคัญทิ้งไป ดังนั้นหลังจากถ่ายภาพจนได้ภาพที่พอใจแล้ว ควรกดปุ่มล็อคภาพทุกครั้ง
8.จัดเก็บภาพด้วยซีดีรอม
หลังจากถ่ายภาพจนการ์ดเต็มแล้ว เรามักถ่ายโอนภาพทั้งหมด ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งภาพจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าฮาร์ดดิสก์ของคุณจะมีมากแค่ไหน แต่ถ้าเกิดปัญหาเสียขึ้นมา ภาพที่คุณอุตส่าห์ถ่ายมาทั้งหมดก็จะสูญหายไปทันที เพื่อความปลอดภัย ควรบันทึกภาพลงแผ่นซีดี-รอม ซึ่งมีความจุ 650-700 MB ต่อแผ่น ราคา 20-30 บาทเท่านั้น ควรเลือกแผ่นซีดี ที่มีคุณภาพเช่น Kodak Fujifilm หรือ Sony ซึ่งมีความคงทนเก็บรักษาได้ยาวนานหลายสิบปี ส่วนเครื่องเขียนแผ่นซีดี ราคาลดลงมาก ประมาณ 4,000 บาทขึ้นไป และควรเขียนแผ่นซีดีไว้สองแผ่น เก็บรักษาไว้โดยไม่นำมาใช้งานหนึ่งแผ่น อีกแผ่นสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป ถ้าแผ่นซีดีเสียหายหรือสูญหายยังมีต้นฉบับอีกแผ่น นำมาก๊อปปี้เพื่อใช้งานได้อีก
9.ซูมขยายภาพดูความคมชัด
ฟังก์ชั่นดิจิตอลที่ผมใช้บ่อยคือ หลังจากถ่ายภาพไปแล้ว ให้กดปุ่มซูมขยายภาพขึ้นมาดู โดยซูมให้มากที่สุดจากนั้นเลื่อนดูส่วนต่างๆ ของภาพว่าคมชัดเพียงพอหรือไม่ บางครั้งการถ่ายภาพด้วยช่วงซูมเทเล แล้วเปิดรูรับแสงกว้าง ระยะชัดลึกจะน้อยมาก ทำให้ความคมชัด มีเฉพาะบางส่วนเท่านั้น หากเป็นกล้องใช้ฟิล์ม ต้องรอหลังจากล้างฟิล์มแล้ว ถึงจะรู้ว่า ภาพที่ได้ มีความคมชัดดีมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ ในกรณีที่ถ่ายภาพ ด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ แล้วไม่มั่นใจว่า ภาพจะคมชัดเพียงพอ สามารถซูมขยายภาพขึ้นมาดูได้เช่นกัน
10. ปรับความสว่างของจอมอนิเตอร์
หากคุณถ่ายภาพโดยวัดแสงให้พอดี แล้วพบว่า ภาพที่ปรากฎ บนจอมอนิเตอร์ มืดเกินไปหรืออันเดอร์ อย่าเพิ่งโทษว่าระบบวัดแสงผิดพลาด ลองโหลดภาพ เข้าสู่คอมพิวเตอร์ แล้วเปิดภาพนั้นดู ขอแนะนำให้ใช้ซอพท์แวร์เปิดภาพที่แถมมาพร้อมกล้อง ถ้าพบว่าภาพสว่างพอดี แสดงว่า จอมอนิเตอร์มืดเกินไป ให้เลือกเมนูปรับเพิ่มความสว่างจนเท่ากับที่ปรากฎบนจอคอมพิวเตอร์
11. ใช้กราฟฮีสโตแกรม
กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีฟังก์ชั่น แสดงกราฟฮีสโตแกรมบนจอมอนิเตอร์ ทำให้ทราบได้ทันทีว่า ภาพที่ถ่ายไปแล้วมีโทนภาพดีมากน้อยแค่ไหน หากส่วนที่เป็นชาโดว์ (โทนมืด) หรือส่วนที่เป็นไฮไลท์ (โทนสว่าง) ไม่ดีพอ สามารถปรับแก้ไขโทน หรือ คอนทราสท์จากฟังก์ชั่นเมนู แล้วถ่ายภาพใหม่จนได้โทนภาพดีที่สุด แม้ว่าจะสามารถปรับแก้ไขโทนภาพจากซอพท์แวร์ตกแต่งภาพเช่น Adobe Photoshop ก็ตาม แต่การถ่ายภาพให้มีโทนภาพดีที่สุด โดยไม่ต้อง ปรับแต่ง หรือ ปรับเพียงเล็กน้อย จะให้ภาพที่ดีกว่า มีรายละเอียดครบถ้วน ตั้งแต่ส่วนสว่างที่สุด จนถึงมืดที่สุดในภาพ
12. เลือกใช้ฟอร์แมท RAW หรือ TIFF
กล้องดิจิตอลมักมีฟอร์แมทภาพให้เลือกใช้ 2 อย่างคือ JPEG เป็นการบีบอัดภาพให้มีขนาดไฟล์เล็กลง เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บภาพ มีข้อเสียคือคุณภาพลดลง การไล่เฉดสีไม่ดีพอ เพราะแสดงดีได้เพียง 24 บิต หากต้องการภาพคุณภาพสูงสุด ควรเลือกฟอร์แมท RAW หรือ TIFF ซึ่งจะไม่มีการบีบอัดข้อมูล อีกทั้งการ์ดจัดเก็บภาพในปัจจุบันมีความจุสูง และราคาที่ลดลงตามลำดับ ในอนาคตอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้ฟอร์แมท JPEG อีกต่อไป และฟอร์แมท RAW ยังสามารถ บันทึกภาพ ให้แสดงสีได้ 12 บิตต่อสีหรือ 36 บิต (RGB) การไล่เฉดสีจึงดีเยี่ยม ได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับการใช้ฟิล์ม
ที่มา
: Shutterphoto.com
Read more…
« บทความที่ใหม่กว่า
หน้าแรก
บทความที่เก่ากว่า »
Top Hot
ประวัติ จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติและนักถ่ายภาพ
White Balance หรือ สมดุลแสงสีขาว
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธษนี ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปี 2556
7 เทคนิคง่ายๆ ของการถ่ายภาพบุคคล ให้สวย!
Top 10 เคล็ดลับการถ่ายภาพดิจิตอล
เทคนิคถ่ายภาพ จุดตั้งเก้าช่อง
ประวัติกล้องถ่ายภาพ
12 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกล้องดิจิตอล
Nikon D3200 มองหากล้อง DSLR สำหรับมือใหม่ แนะนำตัวนี้เลย
ประวัติวันลอยกระทง
ยอดนิยม
ประวัติ จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติและนักถ่ายภาพ
ประวัติ จิตต์ จงมั่นคง ศิลปินแห่งชาติและนักถ่ายภาพ จิตต์ จงมั่นคง ถือว่าเป็นศิลปินนักถ่ายภาพผู้บุกเบิกด้านการถ่ายภาพ และได้รับการคัด...
White Balance หรือ สมดุลแสงสีขาว
เคยสงสัยกันไหมครับ? ว่าทำไมรูปภาพที่เราถ่าย โทนสีถึงไม่คล้ายกับสิ่งที่ตาเราเห็น หลายคนก็โทษว่ากล้องไม่ดีบ้าง (เข้าข่ายรำไม่ดีโทษปี่โท...
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธษนี ประกาศรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปี 2556
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี รับสมัครนักศึกษาใหม่ ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2556 - 15 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 09.00 - 16.00 น. ไม่เว้นวัน...
7 เทคนิคง่ายๆ ของการถ่ายภาพบุคคล ให้สวย!
7 เทคนิคง่ายๆของการถ่ายภาพบุคคล 1.โฟกัสที่ตา หลักการสำคัญข้อแรกของการถายภาพบุคคลคือการโฟกัสที่ดวงตา เนื่องจากดวงตานั้นเป็นส่วนส...
Top 10 เคล็ดลับการถ่ายภาพดิจิตอล
คงจะปฏิเสธกฏต่างๆไม่ได้ว่า มันสามารถช่วยให้เรา ได้องค์ประกอบ มุมมองการถ่ายภาพที่หลากหลาย วันนที่ผมมี เคล็ดไม่ลับ 10 ข้อในการถ่ายภาพดิจิตอลใ...
เทคนิคถ่ายภาพ จุดตั้งเก้าช่อง
แต่ละคนมีมุมมองของความสวยแตกต่างกันออกไป บางคนที่ไม่สนใจดอกไม้ ดูรูปดอกไม้ที่สวยที่สุด เขาก็จะเฉยๆ บางคนชอบดูพระอาทิตย์ตกดิน ถ่ายแย่แค่ไหน...
ประวัติกล้องถ่ายภาพ
ประวัติกล้องถ่ายรูป เวลาผ่านไปเนินนานนะครับเราเองบางครั้งใช้กล้องยุคปัจจุบัน อาจจะยังไม่เคยทราบที่มาประวัติของกล้องสักเท่าไหร่...
12 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกล้องดิจิตอล
กล้องดิจิตอลเป็นระบบที่เบาะบางหากเราใช้งานอย่างไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้กล้องอันเป็นที่รักของเราเสียก่อนวัยอันควร กล้องดิจิตอลแม้จะมีหลักการ...
Nikon D3200 มองหากล้อง DSLR สำหรับมือใหม่ แนะนำตัวนี้เลย
Nikon D3200 มองหากล้อง DSLR สำหรับมือใหม่ แนะนำตัวนี้เลย Nikon D3200 กล้อง DSLR รุ่นเล็ก น้องใหม่จากค่าย Nikon เป็นกล้องที่เหมาะสำห...
ประวัติวันลอยกระทง
ใกล้ถึงเทศกาลวันลอยกระทง 2555 กันแล้ว ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 28 พฤศจิกายน …เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมตัวควงหวานใจ หรือพาครอบครัวไปลอยกระ...
ป้ายกำกับ
Panasonic
(1)
White Balance
(1)
กฏสามส่วน
(1)
กรมทางหลวง
(1)
กรมทางหลวงเลื่อนเวลา
(1)
กล้องดิจิตอล
(3)
การถ่ายภาพบุคคล
(1)
การรักษากล้อง
(1)
ข่าวประกวดถ่ายภาพ
(1)
ข่าวสารกล้อง
(2)
ความรู้ถ่ายภาพ
(1)
ความรู้เรื่องกล้อง
(1)
จับใจ
(1)
จิตต์ จงมั่นคง
(1)
จุดตั้ง9ช่อง
(1)
จุดตั้งเก้าช่อง
(1)
ถ่ายภาพ
(1)
ถ่ายภาพหัวข้อจับใจ
(1)
นักถ่ายภาพ
(1)
นานาสาระ
(4)
บัวหลวง
(1)
ประกวดถ่ายภาพ
(9)
ประกวดถ่ายภาพถ้วยพระราชทาน
(1)
ประชาสัมพันธ์
(5)
ประวัติกล้อง
(1)
ภาพบุคคล
(1)
ภาพเรือยาว
(1)
ศิลปินแห่งชาติ
(1)
สมดุลแสงสีขาว
(1)
สาระน่ารู้
(5)
สีสัน วันลอยกระทง
(1)
ออกพรรษาอุบล
(1)
เทคนิคการถ่ายภาพ
(4)
เทคนิคถ่ายภาพ
(1)
เทคนิคถ่ายรูป
(1)
แข่งเรือยาว
(1)
แอ๊คชั่นช่างภาพ
(1)
12 เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกล้องดิจิตอล
กล้องดิจิตอลเป็นระบบที่เบาะบางหากเราใช้งานอย่างไม่ถูกต้อง อาจจะทำให้กล้องอันเป็นที่รักของเราเสียก่อนวัยอันควร
กล้องดิจิตอลแม้จะมีหลักการทำงานคล้ายกับกล้องใช้ฟิล์มคือ แสงแผ่นเลนส์ ผ่านรูรับแสง และม่านชัตเตอร์ ไปตกกระทบกับเซ็นเซอร์ภาพ (ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ CCD) ก่อนกดชัตเตอร์กล้องจะปรับโฟกัสและวัดแสง หรือจะปรับตั้งเองก็ได้ เพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ แต่ด้วยความที่เป็นดิจิตอล ทำให้ ปรับแต่ง ฟังก์ชั่น หรือลูกเล่นต่างๆ ได้มากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในกล้องใช้ฟิล์ม จึงต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และ ทำความเข้าใจให้ดี จึงจะใช้กล้องดิจิตอลได้อย่างคุ้มค่าเต็มประสิทธิภาพ และได้ประโยชน์สูงสุด
1. ปิดสวิตซ์ทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน
กล้องดิจิตอล มีระบบการทำงานแบบอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ทำให้สิ้นเปลืองแบตเตอรี่มาก ควรปิดสวิตซ์ทุกครั้งที่เลิกใช้งาน จะช่วยให้คุณถ่ายภาพได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ หากมีฟังก์ชั่น Auto off ให้ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน 30 หรือ 60 วินาที
2.ใช้แบตเตอรี่ชาร์จดีกว่า
กล้องดิจิตอลหลายรุ่นใช้แบตเตอรี่แบบ AA อัลคาไลน์ โดยแถมมาให้ด้วย 2 หรือ 4 ก้อน แต่คุณอาจตกใจเมื่อใส่แบตเตอรี่ใหม่เข้าไป กดชัตเตอร์ถ่ายไป 20-30 ภาพ โดยเปิดดูภาพ จากจอมอนิเตอร์ และใช้แฟลชถ่ายภาพ แบตเตอรี่ก็หมดเสียแล้ว ขอแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่แบบ นิเกิล-เมทัลไฮไดร์ (NiMH) ซึ่งชาร์จไฟเพิ่มได้ ราคาก้อนละ 100-150 บาท เลือกแบบที่ให้กำลังไฟ 1000-1500 มิลลิแอมป์ จะถ่ายภาพได้นานขึ้น ถ้าหมดก็ชาร์จใหม่ ซื้อเผื่อไว้สัก 2-3 ชุดก็จะดี ส่วนกล้องที่แถมแบตเตอรี่ NiMH หรือ Li-ion มาให้อยู่แล้ว อาจซื้อเพิ่มอีกสักหนึ่งชุดเผื่อฉุกเฉิน
3. ดูภาพในช่องมองออฟติคัล
ในกล้องใช้ฟิล์มแบบ SLR หรือ คอมแพค เราจะมองภาพจากช่องมอง ซึ่งกล้องดิจิตอลก็มีเช่นกัน เรียกว่าช่องมองภาพออฟติคัล ออกแบบให้สัมพันธ์ กับทางยาวโฟกัส ของเลนส์ทุกช่วงซูม และยังดูภาพจากจอมอนิเตอร์แบบ LCD ทางด้านหลังได้ด้วย ทำให้ผู้ใช้นิยมดูภาพจาก
มอนิเตอร์แทน แต่วิธีนี้แบตเตอรี่จะหมดเร็วมาก ควรใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นเช่น การถ่ายภาพมาโครระยะใกล้ๆ ซึ่งจะให้มุมภาพ ที่ถูกต้อง ตามความเป็นจริง ถ้าถ่ายภาพไกลๆ ซัก 5 เมตรขึ้นไป ให้ดูจากช่องมองภาพ แบบออฟติคัลแทน
4.เปลี่ยนไปใช้การ์ดความจุสูง
การ์ดจัดเก็บภาพมีหลายแบบ เช่น CF, Microdrive, SmartMedia, Memory Stick, SD, MMD เป็นต้น ปัจจุบันมีความจุสูง และราคาที่ลดลง เช่น CF ความจุ 128 MB หาซื้อได้ในราคาเพียง 3,000-4,000 บาทเท่านั้น (สองปีก่อนราคา 17,000-20,000 บาท) ปัจจุบันการ์ด CF มีจำหน่ายในขนาด 512 MB แล้ว ต้นปีหน้าจะมีขนาด 1000 MB หรือ 1GB ตามออกมาอีกหลายยี่ห้อ หรือการ์ด Microdrive (ใช้แทนการ์ด CF ได้ในบางยี่ห้อ) ความจุ 340, 500 และ 1000MB ก็น่าสนใจ เพราะเทียบขนาดความจุแล้ว ถูกกว่ามากทีเดียว แต่เป็นการ์ดแบบฮาร์ดดิสก์ ต้องระวังอย่าให้ตกหล่นจะเสียหายได้ง่าย เมื่อการ์ดมีความจุสูง ก็จะช่วยให้ถ่ายภาพได้มากขึ้น ในบางครั้งเมื่อไม่แน่ใจเรื่องสภาพแสง อาจถ่ายภาพคร่อม เผื่อไว้หลายๆ ภาพ แล้วค่อยมาเลือกภาพที่ดีที่สุดภายหลัง
5.อย่าใส่การ์ดขณะเปิดสวิตซ์กล้อง
เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ควรใส่การ์ดขณะที่สวิตซ์กล้องถูกเปิดอยู่ และควรใส่การ์ดด้วยความระมัดระวัง ให้ใส่การ์ดเข้าไปตรงๆ ในด้านที่ระบุไว้ในคู่มือ หากใส่ผิดด้านจะใส่ไม่ได้ อย่าไปฝืนโดยเด็ดขาด หากจะให้ผู้อื่นยืมไปใช้ควรอธิบายให้เข้าใจด้วยทุกครั้ง
6.ใช้แฟลชภายนอก
กล้องบางรุ่นสามารถใช้แฟลชภายนอกได้ โดยเสียบเข้ากับฮอทชู หรือสายซิงค์แฟลช วิธีนี้ทำให้ได้ภาพที่ดีขึ้นและใช้งานได้ไกลกว่าแฟลชขนาดเล็กที่ติดอยู่บน ตัวกล้อง การใช้แฟลช ที่มีกำลังไฟสูงภายนอก ทำให้ใช้รูรับแสงแคบได้ ส่งผลให้ภาพมีระยะชัดลึกมากขึ้น และ ประหยัดแบตเตอรี่ที่ตัวกล้อง เพราะไม่ต้องใช้แฟลชที่มีอยู่ในตัว
7.ล็อคภาพสำคัญเอาไว้
กล้องบางรุ่นมีฟังก์ชั่นล็อคภาพ ป้องกันการลบโดยไม่ตั้งใจ เพราะส่วนใหญ่เน้นให้ลบภาพทิ้งได้ง่ายๆ เพื่อถ่ายภาพใหม่ต่อไป ทำให้เผลอลบภาพสำคัญทิ้งไป ดังนั้นหลังจากถ่ายภาพจนได้ภาพที่พอใจแล้ว ควรกดปุ่มล็อคภาพทุกครั้ง
8.จัดเก็บภาพด้วยซีดีรอม
หลังจากถ่ายภาพจนการ์ดเต็มแล้ว เรามักถ่ายโอนภาพทั้งหมด ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งภาพจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าฮาร์ดดิสก์ของคุณจะมีมากแค่ไหน แต่ถ้าเกิดปัญหาเสียขึ้นมา ภาพที่คุณอุตส่าห์ถ่ายมาทั้งหมดก็จะสูญหายไปทันที เพื่อความปลอดภัย ควรบันทึกภาพลงแผ่นซีดี-รอม ซึ่งมีความจุ 650-700 MB ต่อแผ่น ราคา 20-30 บาทเท่านั้น ควรเลือกแผ่นซีดี ที่มีคุณภาพเช่น Kodak Fujifilm หรือ Sony ซึ่งมีความคงทนเก็บรักษาได้ยาวนานหลายสิบปี ส่วนเครื่องเขียนแผ่นซีดี ราคาลดลงมาก ประมาณ 4,000 บาทขึ้นไป และควรเขียนแผ่นซีดีไว้สองแผ่น เก็บรักษาไว้โดยไม่นำมาใช้งานหนึ่งแผ่น อีกแผ่นสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป ถ้าแผ่นซีดีเสียหายหรือสูญหายยังมีต้นฉบับอีกแผ่น นำมาก๊อปปี้เพื่อใช้งานได้อีก
9.ซูมขยายภาพดูความคมชัด
ฟังก์ชั่นดิจิตอลที่ผมใช้บ่อยคือ หลังจากถ่ายภาพไปแล้ว ให้กดปุ่มซูมขยายภาพขึ้นมาดู โดยซูมให้มากที่สุดจากนั้นเลื่อนดูส่วนต่างๆ ของภาพว่าคมชัดเพียงพอหรือไม่ บางครั้งการถ่ายภาพด้วยช่วงซูมเทเล แล้วเปิดรูรับแสงกว้าง ระยะชัดลึกจะน้อยมาก ทำให้ความคมชัด มีเฉพาะบางส่วนเท่านั้น หากเป็นกล้องใช้ฟิล์ม ต้องรอหลังจากล้างฟิล์มแล้ว ถึงจะรู้ว่า ภาพที่ได้ มีความคมชัดดีมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ ในกรณีที่ถ่ายภาพ ด้วยความเร็วชัตเตอร์ต่ำ แล้วไม่มั่นใจว่า ภาพจะคมชัดเพียงพอ สามารถซูมขยายภาพขึ้นมาดูได้เช่นกัน
10. ปรับความสว่างของจอมอนิเตอร์
หากคุณถ่ายภาพโดยวัดแสงให้พอดี แล้วพบว่า ภาพที่ปรากฎ บนจอมอนิเตอร์ มืดเกินไปหรืออันเดอร์ อย่าเพิ่งโทษว่าระบบวัดแสงผิดพลาด ลองโหลดภาพ เข้าสู่คอมพิวเตอร์ แล้วเปิดภาพนั้นดู ขอแนะนำให้ใช้ซอพท์แวร์เปิดภาพที่แถมมาพร้อมกล้อง ถ้าพบว่าภาพสว่างพอดี แสดงว่า จอมอนิเตอร์มืดเกินไป ให้เลือกเมนูปรับเพิ่มความสว่างจนเท่ากับที่ปรากฎบนจอคอมพิวเตอร์
11. ใช้กราฟฮีสโตแกรม
กล้องดิจิตอลส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีฟังก์ชั่น แสดงกราฟฮีสโตแกรมบนจอมอนิเตอร์ ทำให้ทราบได้ทันทีว่า ภาพที่ถ่ายไปแล้วมีโทนภาพดีมากน้อยแค่ไหน หากส่วนที่เป็นชาโดว์ (โทนมืด) หรือส่วนที่เป็นไฮไลท์ (โทนสว่าง) ไม่ดีพอ สามารถปรับแก้ไขโทน หรือ คอนทราสท์จากฟังก์ชั่นเมนู แล้วถ่ายภาพใหม่จนได้โทนภาพดีที่สุด แม้ว่าจะสามารถปรับแก้ไขโทนภาพจากซอพท์แวร์ตกแต่งภาพเช่น Adobe Photoshop ก็ตาม แต่การถ่ายภาพให้มีโทนภาพดีที่สุด โดยไม่ต้อง ปรับแต่ง หรือ ปรับเพียงเล็กน้อย จะให้ภาพที่ดีกว่า มีรายละเอียดครบถ้วน ตั้งแต่ส่วนสว่างที่สุด จนถึงมืดที่สุดในภาพ
12. เลือกใช้ฟอร์แมท RAW หรือ TIFF
กล้องดิจิตอลมักมีฟอร์แมทภาพให้เลือกใช้ 2 อย่างคือ JPEG เป็นการบีบอัดภาพให้มีขนาดไฟล์เล็กลง เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บภาพ มีข้อเสียคือคุณภาพลดลง การไล่เฉดสีไม่ดีพอ เพราะแสดงดีได้เพียง 24 บิต หากต้องการภาพคุณภาพสูงสุด ควรเลือกฟอร์แมท RAW หรือ TIFF ซึ่งจะไม่มีการบีบอัดข้อมูล อีกทั้งการ์ดจัดเก็บภาพในปัจจุบันมีความจุสูง และราคาที่ลดลงตามลำดับ ในอนาคตอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้ฟอร์แมท JPEG อีกต่อไป และฟอร์แมท RAW ยังสามารถ บันทึกภาพ ให้แสดงสีได้ 12 บิตต่อสีหรือ 36 บิต (RGB) การไล่เฉดสีจึงดีเยี่ยม ได้ภาพที่ดูเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับการใช้ฟิล์ม
ที่มา
: Shutterphoto.com
บทความที่ใหม่กว่า
บทความที่เก่ากว่า
หน้าแรก
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)