เคยสงสัยกันไหมครับ? ว่าทำไมรูปภาพที่เราถ่าย โทนสีถึงไม่คล้ายกับสิ่งที่ตาเราเห็น หลายคนก็โทษว่ากล้องไม่ดีบ้าง (เข้าข่ายรำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง) หลายคนก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติของกล้องถ่ายรูป แต่จริงๆ สิ่งสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโทนสีของภาพอย่างมากคือ “White Balance” (WB) หรือ“ค่าสมดุลแสงสีขาว”
หลายคนคงคุ้นหู คุ้นตากับคำว่า “White Balance” (WB) หรือ “ค่าสมดุลแสงสีขาว”กันมาบ้าง เจ้าตัวนี้มันมีอยู่ในกล้องของพวกเราทุกๆคน แต่พี่เอมเชื่อว่า คงมีน้องหลายคน(จริงๆ) ที่ไม่เคยสนใจเจ้าตัวนี้ หรือเคยเห็นแต่ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้ ก็เลยไม่สนใจมันซะเลย (ปรับ Auto อย่างเดียว) ทำให้โทนสีของภาพเราผิดเพี้ยน เดี๋ยวอมฟ้า เดี๋ยวอมส้มบ้าง ทำให้ภาพที่ควรจะสวย กลับดูธรรมดาไปซะอย่างนั้น ส่วนวิธีการแก้ไขนั้นง่ายนิดเดียวครับ!
Daylight
สัญลักษณ์จะเป็นรูปดวงอาทิตย์ White Balance แบบนี้จะใช้ในตอนที่เราถ่ายภาพกลางแจ้ง แดดเปรี้ยงๆ เมฆไม่มาก ถ้าแสงเป็นแบบนี้คงที่ก็ใช้เลยครับ
Shade
สัญลักษณ์รูปบ้าน มีแสงส่องที่ชายคา White Balance แบบนี้ถ้าดูภาพออกคุณก็จะรู้ทันทีว่าเอาไว้ใช้เวลาที่ถ่ายภาพในร่มนั่นเองครับ
Cloudy
สัญลักษณ์รูปก้อนเมฆ White Balance ใช้เวลาที่เราถ่ายภาพกลางแจ้ง แต่ในสภาพที่ฟ้าครึ้ม เต็มไปด้วยเมฆ
Tungsten
สัญลักษณ์รูปหลอดไฟแบบมีไส้ White Balance แบบนี้ก็หมายความตรงตัวเลย ถ้าคุณไปเจอสภาพแสงที่มาจากหลอดไส้แล้วล่ะก็ ใช้เจ้าตัวนี้เลย
Fluorescent
สัญลักษณ์รูปหลอดไฟนีออน White Balance แบบนี้ก็เช่นกัน ถ้าแสงมาจากหลอดไฟนีออนก็ใช้แบบนี้
Flash
สัญลักษณ์รูปฟ้าผ่า White Balance แบบนี้ไม่ได้ใช้ถ่ายรูปฟ้าผ่านะครับ แต่เอาไว้ใช้ตอนที่เราถ่ายรูปโดยใช้แฟลชครับ แต่จากข้อสังเกตของผมคือ White Balance แบบนี้ผลที่ได้มักจะใกล้เคียงกับแบบ Daylight เพราะว่าแฟลชในปัจจุบันมักจะให้อุณหภูมิของแสงใกล้เคียงกับ Daylight นั่นเองครับ
Custom White Balance
White Balance แบบนี้ใช้ในกรณีที่เราต้องการกำหนดค่าเอง โดยใช้กระดาษเทากลางมาเป็นตัวกำหนด ซึ่งผมลองแล้วพบว่ามีประโยชน์มาก เพราะส่วนใหญ่ White Balance ที่กล้องเซตมาให้นั้นเป็นค่ากลางๆ บางครั้งก็ไม่ถูกต้องหรือถูกใจเราเท่าไหร่นัก แต่หากเราถ่ายภาพในสภาพแสงที่คงที่ เช่น ในห้อง เราก็สามารถกำหนดค่า White Balance ใช้เอง โดยถ่ายภาพกระดาษเทากลาง (ถ่ายเต็มเฟรม ให้มีแต่สีเทาในภาพ) แล้วให้กล้องใช้ภาพนั้นเป็น White Balance คราวนี้คุณสามารถถ่ายรูปเป็นร้อยเป็นพันรูปในห้องนั้นโดยไม่ต้องสนใจค่า White Balance อีกเลย เพราะทุกรูปจะมีค่าเหมือนกันหมด
อย่างไรก็ตามการตั้งค่า Custom White Balance นั้นก็มีข้อด้อยมิใช่น้อยครับ เพราะหากเราไม่ได้ถ่ายภาพในสภาพแสงคงที่แล้วล่ะก็ นรกมาเยือนครับ เพราะเมื่อแสงเปลี่ยน White Balance ที่เคยถูกต้อง มันก็จะกลายเป็นเละไปทันที หากต้องการให้ถูกต้องก็ต้องมาตั้งกันใหม่ ซึ่งบางครั้งเราอาจจะไม่มีเวลาขนาดนั้น เช่น ในการถ่ายภาพงานแต่งงาน หรืออีเว้นท์ต่างๆที่ช่างภาพต้องทำงานแข่งกับเวลา
อีกวิธีหนึ่งคือการเอากระดาษสีเทากลางไปวางไว้ภายใต้แสงที่เราต้องการถ่ายภาพ แล้วใช้ปรับแก้เอาในโปรแกรม Adobe Photoshop Lightroom แต่คุณต้องถ่ายภาพเป็น RAW นะครับ วิธีนี้ค่อนข้างสะดวก แต่คุณก็ต้องขยันพอสมควร คือ เมื่อคุณเปลี่ยนแสง คุณก็ถ่ายภาพโดยมีกระดาษเทากลางอยู่ในภาพนั้นใหม่อีกภาพ ทำไปเรื่อยๆครับ
Kelvin
สัญลักษณ์อักษร K โดย White Balance แบบนี้เราสามารถกำหนดอุณหภูมิของแสงได้เอง เช่น อยากให้ภาพออกโทนอุ่น ก็ตั้งให้ค่ามากกว่ากว่า 5,500 เคลวิน ส่วนหากออกโทนเย็น ก็ตั้งค่าน้อยกว่า เป็นต้นครับ ส่วนหากตั้งกันแบบเป๊ะๆ ก็ต้องไปซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิของแสงมา ซึ่งอันนี้เหมาะกับระดับมืออาชีพที่ต้องการความถูกต้องของสีมากๆ เช่น ในการถ่ายงานโฆษณา อะไรทำนองนั้นครับ น้อยคนครับที่จะใช้เจ้าเครื่องมือตัวนี้
Auto White Balance
AWB เจ้าตัวนี้จริงๆอยู่ตัวแรก แต่ผมเก็บมาเล่าตัวสุดท้ายเพราะเรื่องมันยาวนิดนึง White Balance ตัวนี้ ผมใช้ตลอดเวลา!!! ตอนนี้ผมไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากมันเลย เพราะอะไรมาฟังผมโม้ต่อเลยครับ
Auto White Balance นั้นกล้องจะทำการคำนวณค่าที่ (ส่วนใหญ่) จะเหมาะสมให้กับเราเองครับ สำหรับมือใหม่ผมแนะนำให้ใช้ และสำหรับมือเก่า ผมก็แนะนำให้ใช้ สำหรับมือใหม่นั้นคุณก็ตั้งค่า White Balance แบบนี้เพื่อคุณจะได้ไปสนใจเรื่องอื่นก่อน เมื่อชำนาญหมดแล้ว ค่อยมาสนใจเรื่องนี้ เพราะกล้องปัจจุบันมักจะคำนวณค่า White Balance ในค่าที่เรารับได้เป็นส่วนใหญ่ครับ แต่ช้าก่อน!!! อย่าคิดว่าชีวิตจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป การใช้ AWB คู่กับการถ่ายภาพออกมาเป็น jpg นั้นผมไม่แนะนำ เพราะบางครั้งหากกล้องคิดผิด ภาพของคุณสีก็จะเพี้ยนไปเลย การแก้ไขภายหลังจะทำได้ยากครับ ดังนั้นหากคุณถ่ายภาพเป็น jpg ก็ควรจะรู้การตั้งค่า White Balance แบบต่างๆดังที่กล่าวข้างต้น
ส่วนที่ว่าผมใช้ AWB ตลอดเวลานั้น เพราะผมถ่ายภาพเป็น RAW ครับ ผมตั้งค่าแบบนี้เพื่อที่ผมจะได้ตัดข้อกังวลใจไปหนึ่งข้อ เพระผมถ่ายรูปแต่งงาน หากมาเสียเวลาเปลี่ยนค่าโน่นนี่นั่น มันไม่ทันกินครับ ทุกอย่างต้องทำแข่งกับเวลา และเมื่อผมถ่ายรูปเรียบร้อยแล้ว ผมค่อยมาเปลี่ยนค่า White Balance ในคอมพิวเตอร์ที่บ้านในภายหลัง ซึ่งจะได้ค่าที่ถูกต้องมากกว่าด้วยครับ
ส่วนการถ่ายภาพทั่วๆไปหรือภาพวิวทิวทัศน์ ในการถ่ายภาพเป็น RAW นั้น คุณจะสามารถเปลี่ยนค่า White Balance บางครั้งไม่ต้องถูกต้องก็ได้ เช่น สำหรับการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก หากคุณตั้งค่าเป็นแบบ Cloudy ก็จะได้ภาพที่ดูส้มมากขึ้น ดูอบอุ่นมากขึ้น หรือหากคุณเปลี่ยนค่าเป็น Tungsten หรือ Florescent จะได้ภาพอมฟ้า ดูเยือกเย็น อะไรทำนองนั้น ส่วนการถ่ายภาพบุคคล อันนี้ฝรั่งชอบใช้คือใช้ Cloudy หรือ Shade เพื่อให้ผิวดูมีสีสันมากขึ้น เพราะส่วนใหญ่ฝรั่งเค้าชอบผิวสีแทนกัน ส่วนคนไทยผมว่าอาจจะไม่เหมาะนัก เพราะเราชอบผิวขาวใสกันมากกว่า เอาละครับ แล้วแต่ใครชอบแบบไหนก็แล้วกันครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก www.photowithjack.com
Comments[ 0 ]
แสดงความคิดเห็น